Loading...

ทั่วไปรอยสักผู้ชายรอยสักผู้หญิง

9 เคล็ดลับในการดูแลลายสัก

เคล็ดลับในการดูแลลายสัก

9 เคล็ดลับในการดูแลลายสัก
หลังจากใช้เวลาในการค้นหาช่างสักที่ถูกใจ วางมัดจำ ปรึกษาพูดคุย ทนเจ็บระหว่างการสัก และเดินออกจากสตูดิโอหลังจากได้ลายสักในฝัน สิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับถัดไปคือ วิธีการที่จะทำให้แน่ใจว่ารอยสักสุดคูลนั้นจะคงอยู่อย่างนั้นไปอีกนานเท่านาน คุณอาจบอกช่างให้สักลายที่ถูกใจ แต่วิธีดูแลรักษาและตำแหน่งของรอยสักต่างหากที่จะเป็นตัวบอกว่ารอยสักนั้นจะคงอยู่ไปอีกนานแค่ไหน ทุกรอยสักใช้หลักการเดียวกันหมด ต่อจากนี้ จะเป็นเคล็ดลับในการดูแลรักษารอยสักให้คงความสวยสดใสแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

การดูแลรักษาทันทีหลังรับการสักลาย
ช่างสักแต่ละคนอาจมีคำแนะนำในการดูแลรักษารอยสักที่แตกต่างกัน เราขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นก่อน เนื่องจากช่างสักลายมีเทคนิคการสักที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าวิธีการดูแลรักษาก็จะแตกต่างไปตามเทคนิคที่ใช้ด้วย แต่วิธีการดูแลพื้นฐานที่ควรปฏิบัติตาม คือ
1. ปิดรอยสักด้วยพลาสเตอร์หรือพสาสติกใสอย่างน้อย 1-3 ชั่วโมงหลักสัก โดยช่างจะแจ้งให้คุณทราบถึงระยะเวลาที่แน่นอนในการปิดพลาสเตอร์ การปิดรอยสักด้วยพลาสเตอร์หรือพลาสติกใสนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เลือด หรือแม้แต่หมึกจากลายที่เพิ่งสักเสร็จใหม่ๆ ไปเลอะเทอะเสื้อผ้าหรือได้รับการสัมผัสมากเกินไป

2. ดูแลความสะอาดของรอยสักด้วยสบู่แอนตี้แบคทีเรียไร้กลิ่นชนิดอ่อนหลายๆ ครั้งต่อวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น ควรล้างรอยสักด้วยสบู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์หรือจนกระทั่งแผลจากรอยสักใกล้หายหรือหายดี ข้อควรจำอีกอย่างคือ ต้องล้างมือก่อนสัมผัสรอยสักทุกครั้ง

3. ในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากล้างรอยสักด้วยสบู่แล้ว ควรชโลมออยล์บริเวณรอยสักเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ที่สำคัญควรชโลมออยล์ที่บริเวณรอยสักบางๆ จะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้นกว่าบำรุงผิวอย่างชุ่มโชก

4. หลังจาก 2-3 วันแรกที่ใช้ออยล์ชโลมผิวบริเวณรอยสักแล้ว ให้เปลี่ยนมาใช้โลชั่นแบบไม่มีกลิ่นแทน โดยทาบริเวณรอยสักหลังล้างด้วยสบู่ Aveeno คือยี่ห้อโลชั่นที่แนะนำ โดยคุณสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดพกพาที่คุณสามารถพกติดตัวไปในที่ต่างๆ ได้

5. ในช่วงสองสัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เนื่องจากเนื้อผ้าอาจจะไปเสียดสีบริเวณรอยสัก รวมถึงการนอนทับรอยสัก เพราะจะยิ่งทำให้แผลหายช้ามากขึ้น

6. ช่วงที่แผลรอยสักยังไม่หายดี หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ ทะเล หรือแม้แต่การอาบน้ำในอ่างอาบน้ำ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงสองสัปดาห์แรกเพราะจะมีผลต่อการสมานแผล สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ไม่ควรอาบนานและอาบด้วยน้ำที่ร้อนจนเกินไป เพราะจะมีผลต่อสีของรอยสัก

7. ปฏิบัติตามข้อแนะนำไปเรื่อยๆ จนกว่าแผลรอยสักจะหายดี ข้อควรจำอีกข้อที่สำคัญคือ ห้ามแคะ แกะ เกาสะเก็ดแผลบริเวณรอยสักเป็นอันขาด เพราะจะทำให้สีหมึกหลุดลอกตามออกมา

การดูแลรักษาระยะยาว
การดูแลรักษาระยะยาวมีความสำคัญพอๆ กับการดูแลรักษารอยสักในช่วงแรก ยิ่งคุณดูแลรักษาผิวของคุณเท่าไร รอยสักจะยังคงความสดใสสวยงามอยู่เสมอ

1. รอยสักของคุณจะมีสีอ่อนลงหลังจากแผลหายดีแล้ว เนื่องจากชั้นผิวใหม่จะถูกสร้างขึ้นทับรอยสักจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว แต่เพื่อคงความสดของหมึกบนรอยสัก คุณควรชโลมครีมกันแดดที่บริเวณรอยสักของคุณก่อนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่แสงแดดค่อนข้างแรง ค่า SPF ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ SPF 45 หรือสูงกว่า ทั้งนี้ คุณสามารถใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็กหรือครีมกันแดดเฉพาะสำหรับรอยสักได้เช่นกัน

2. ดูแลผิวของคุณให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในจุดที่มีการสัมผัสบ่อยซึ่งจะทำให้รอยสักจางได้ง่าย เช่น บริเวณมือ เท้า ข้อศอก ฯลฯ โดยการสร้างความชุ่มชื้นให้รอยสักในบริเวณดังกล่าว จะช่วยให้รอยสักของคุณยังคงความสดสวยได้ยาวนานขึ้น