Loading...

ไอเดียรอยสัก

วิธีการ ลบรอยสักด้วยตัวเองโดยใช้เกลือ

ถ้าเพิ่งได้รอยสักมา แต่เกิดรู้สึกผิดหรือเสียดายทีหลังก็อย่าเพิ่งเครียดไป เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็สักได้ ง่ายกว่าเมื่อก่อน เลยทำให้มีคนสักแล้วเกิดเปลี่ยนใจภายหลังเยอะแยะไปหมด โชคดีที่มีวิธีลบรอยสักเยอะตามไปด้วย

ส่วนใหญ่ก็ได้ผลดี แต่เพราะวิธีลบรอยสักแบบเห็นผลนั้นค่อนข้างแพง เลยทำให้หลายคนหันไปพึ่งวิธีลบรอยสักเองแบบบ้านๆ ซึ่งหลายวิธีในนั้นก็ไม่ได้ผลแถมอาจเป็นอันตราย บทความนี้จะแนะนำวิธีลบรอยสักด้วยเกลือให้คุณเอง รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมที่มีประโยชน์ต่อการลบรอยสัก 24thminute.com

ส่วน1 อะไรที่ ห้ามทำ

1
อย่าเอาเกลือไปขัดถูรอยสักแบบเอาเป็นเอาตาย. ไม่ว่าจะต้องการลบรอยสักใหม่เอี่ยมอ่อง หรือรอยสักเก๋ากึ้ก การใช้เกลือลบรอยสักก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยง สาเหตุก็คือ
ผิวของคนเราจะมี 2 ชั้นด้วยกัน คือหนังแท้ (dermis) หรือผิวชั้นใน และหนังกำพร้า (epidermis) หรือผิวชั้นนอก เวลาคุณสัก หมึกจะซึมผ่านหนังกำพร้าหรือผิวชั้นบน ไปจนถึงชั้นหนังแท้ ถ้าอยู่ๆ เอาเกลือมาขัดหนังกำพร้ามันก็ง่ายดี แต่บอกเลยว่าเสียเวลาเปล่า เพราะเกลือต้องเข้าถึงชั้นหนังแท้ ถ้าบอกว่าขัดเยอะๆ เดี๋ยวก็ถึง แต่ลองนึกดูว่าถึงตอนนั้นสภาพผิวคุณจะเป็นยังไง[1]
ถ้าอยากขัดรอยสักด้วยเกลือ ก็รับประกันความถลอกปอกเปิก ดีไม่ดีถึงขั้นผิวย่นตัวด่างกันเลยทีเดียว[2] ลงท้ายก็คือเกิดแผลเป็น ถ้าลบรอยสักด้วยวิธีนี้เองที่บ้าน ระวังจากรอยสักที่เป็นรูปเป็นร่าง จะเสียโฉมไปกว่าเดิม

2
คนเริ่มใช้เกลือขัดรอยสักตั้งแต่เมื่อไหร่. มันก็มีวิธีรักษาโรคผิวหนังบางอย่าง ที่ใช้เกลือขัดตัวเบาๆ แต่จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากคำแนะนำของช่างสัก ที่ว่าสักแล้วอย่าแช่น้ำนาน โดยเฉพาะน้ำเกลือ คนเลยปิ๊งได้ไอเดียว่า ห้ามแช่รอยสักในน้ำเกลือ เพราะรอยสักจะได้คมชัด แสดงว่าถ้าแช่รอยสักในน้ำเกลือ ก็อาจทำให้ รอยสักลบเลือนจนหายไป ได้ ประมาณนั้น
จริงๆ แล้วการแช่รอยสักในน้ำเกลือ ก็แค่ทำให้หมึกที่ใช้สักกระจาย ละลาย หรือจางไป แต่จะไม่หายวับไปแน่นอน ถ้าเพิ่งสักมาหมาดๆ แช่แล้วรอยสักอาจไหลจนไม่น่าดู แต่ถ้าสักนานหลายอาทิตย์ขึ้นไป แช่น้ำเกลือจนตัวเปื่อยก็ไม่ได้ช่วยอะไร

3
จริงๆ การขัดผิวด้วยเกลือที่เห็นผลก็มี. ถ้าเอาเกลือมาขัดตัวเอง หรือที่เรียกว่า salabrasion (salt กับ abrasion ผสมกัน) อาจไม่ได้ผลเท่าไหร่ นอกจากของแถมอย่างที่ย้ำไปก่อนหน้า ว่าเจ็บตัวเปล่าๆ แต่ก็พอมีคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ให้บริการ salabrasion เหมือนกัน โดยเฉพาะที่ราคาสูงก็พอได้ผลอยู่ (แต่ไม่ใช่เอาเกลือมาขัดแน่นอน)
มีงานวิจัยของเยอรมัน ในฐานข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ (National Institute of Health) ที่ชี้ว่า salabrasion นั้นใช้ลบรอยสักได้อย่าง “เห็นผลดีทีเดียว”[3] แต่ขนาดในงานวิจัยนี้ก็ยังพบผลข้างเคียงคือผิวหนังเหี่ยวย่น แต่ไม่มีรายงานเรื่องแผลเป็น
ขั้นตอนการทำ salabrasion ก็คือจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่บนรอยสัก จากนั้นจะใช้อุปกรณ์คล้ายๆ ปืนสัก ฉีดน้ำเกลือเข้าชั้นหนังแท้ เป็นการดูดหมึกสักขึ้นมา แทนที่จะสักเข้าผิวหนัง ประมาณว่าเป็นการสักแบบย้อนกลับ แผลที่ทำจะหายใน 6 – 8 อาทิตย์ ยังไงลองศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจต่อไป

ส่วน 2 ตัวเลือกอื่นๆ

1
ลบรอยสักด้วยเลเซอร์. Laser tattoo removal หรือการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่เห็นผลและปลอดภัยที่สุดในการลบรอยสักไม่พึงประสงค์ โดยผู้เชี่ยวชาญตามคลินิกหรือคุณหมอในโรงพยาบาล จะยิงแสงเลเซอร์เข้มข้นเป็นระยะที่รอยสัก ทำให้หมึกกระจายตัว และจางลงอย่างเห็นได้ชัด
จะได้ผลแค่ไหนก็แล้วแต่ขนาดของรอยสักด้วย โดยค่าใช้จ่ายการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ก็มีตั้งแต่หลายพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท ถือเป็นวิธีที่จ่ายแพงหน่อยแต่คุ้มค่าแน่นอน

2
สอบถามช่างผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกหรือสถานเสริมความงามเรื่อง dermabrasion. วิธีนี้คล้ายกับ salabrasion มาก เพราะต้องรับบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนและมีใบอนุญาต โดยจะขัดผิวไปจนถึงชั้นหนังแท้เพื่อกำจัดหมึกสัก
วิธีนี้จะแพงกว่าการทำเลเซอร์นิดหน่อย คือหลายหมื่นไปจนเกือบเหยียบแสน[4] แถมขั้นตอนจะทำคุณเจ็บพอๆ กับตอนสักเลย และรอยสักก็ยังชัดเจนกว่าการทำเลเซอร์

3
พิจารณาผ่าตัดด้วยความเย็นและลอกผิวด้วยสารเคมี. cryosurgery คือการแช่แข็งผิวด้วยความเย็น แล้วกัดหมึกสักออกไปด้วยไนโตรเจนเหลว ส่วนการลอกผิวด้วยสารเคมี จะทำให้ผิวพองจนหลุดลอกออกไป (เหมือนงูลอกคราบ) หมึกของรอยสักเลยติดไปด้วย แน่นอนว่าทั้ง 2 วิธีที่ว่ามาไม่ค่อยเป็นที่นิยม ก็แพงแถมเจ็บซะขนาดนั้น แต่ถ้าหมดหนทางจริงๆ และคิดดีแล้ว จะลองดูก็ไม่เสียหาย

4
ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญหรือคุณหมอเรื่องการผ่าตัด. ผ่าตัดถือเป็นไม้ตายสุดท้าย โดยคุณหมอจะใช้มีดผ่าตัด เฉือนเฉพาะผิวที่มีรอยสักออกไป ให้เหลือแต่ผิวเก่ารอบๆ[5] แน่นอนว่าวิธีนี้จะเกิดแผลเป็นแทนรอยสัก แถมค่อนข้างเจ็บ ถึงจะใช้ยาชาเฉพาะที่ก็เถอะ

เคล็ดลับ
ทุกครั้งที่ใช้เกลือขัดผิว ให้ทายาฆ่าเชื้อด้วย จะได้ไม่เสี่ยงอักเสบติดเชื้อ รวมถึงเอาผ้าก๊อซที่ฆ่าเชื้อแล้วปิดไว้ด้วย
ถ้าใช้เกลือขัดผิวแล้วลบรอยสักไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งถอดใจ ถ้าคิดจะใช้วิธีนี้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
อย่าถูแบบเอาเป็นเอาตาย เพราะไม่ได้อะไรนอกจากทำให้เจ็บแสบเลือดซิบ

คำเตือน
ถ้ารู้จัก “The Salt Challenge” ก็น่าจะผ่านตามาบ้างตาม IG ว่าเด็กฝรั่งวัยรุ่นที่ท้ากันเอาเกลือทาแขนแล้วเอาน้ำแข็งวางจนละลาย ผลออกมา “เละ” ขนาดไหน ถ้าไม่เคยได้ยิน ก็ขอย้ำตรงนี้ ว่าการใช้เกลือขัดถูผิว (แรงๆ) จะทำผิวคุณไหม้หรือพองจนเจ็บแสบน่าดู! เพราะงั้นขอให้ใช้วิธีการในบทความนี้อย่างมี วิจารณญาณ!
วิธีการนี้มีความเสี่ยง อาจทำคุณแสบผิวเจ็บตัว ถึงขั้นเกิดแผลเป็นได้
ถ้ามีแผลเปิด อย่าใช้เกลือขัดผิวเด็ดขาด