Loading...

ทั่วไปรอยสักผู้ชายหน้าหลัก

ลายสัก ความเชื่อเรื่องรอยสัก ความหมาย และประวัติความเป็นมา

ลายสัก เกี่ยวข้องไปถึงความเชื่อด้านศาสนา ความคิด และวัฒนธรรม การสักจึงเป็นสิ่งที่มีมานาน มีความเชื่อมโยงกับจิตใจของมนุษย์ มีการสืบทอดกันมาช้านานในสังคม

ลายสัก ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่ยังเกี่ยวข้องไปถึงความเชื่อด้านศาสนา ความคิด และวัฒนธรรม การสักจึงเป็นสิ่งที่มีมานาน มีความเชื่อมโยงกับจิตใจของมนุษย์ มีการสืบทอดกันมาช้านานในสังคม ทั้งได้รับการยอมรับและไม่ถูกยอมรับ ส่วนลวดลายขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป gb-jo.com

ผลกระทบต้องรู้ก่อนตัดสินใจสักบนเรือนร่าง ความเชื่อเรื่องลายสักกับความหมาย ลายสัก หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Tattoo จะหมายถึงการเคาะหรือการตี การสักเกิดจากเครื่องสักที่มีเข็มเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งอาจใช้วิธีการใช้เข็มที่ด้ายเคลือบร้อยสีเอาไว้ แล้วแทงไปตามตำแหน่งให้เกิดเป็นลวดลายบนผิวหนัง ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายของคำว่า “สัก” หมายถึง การเอาของแหลมแทงเพื่อให้ประโยชน์ต่างๆ ในส่วนเพิ่มเติมยังกล่าวอีกว่า เราสามารถเรียกการสักว่า “สักยันต์” ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของไทยมายาวนาน

ประวัติความเป็นมาของการสัก ความเป็นมาของการสักตามร่างกาย เกิดขึ้นตั้งแต่ในมนุษย์ยุคโบราณ เป็นความเชื่ออย่าหนึ่งที่สืบต่อกันมามากกว่า 5,300 ปี โดยแต่ละประเทศ เชื้อชาติ จะมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน ในทางวิทยาศาสตร์ มีการค้นพบลายสักมาตั้งแต่พระศพของกษัตริย์ไอยคุปต์ อายุ 4,000 ปี สภาพศพถูกอาบน้ำยา และพบลายสักเป็นสีสลับกันอย่างสวยงาม ความเชื่อของลายสักเกิดขึ้นแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่มีความเชื่อที่แตกต่างกันในแต่ละซีกโลก ตามวัฒนธรรมและความเชื่อ ในอดีตชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าการสัก จะเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ว่าครั้งหนึ่งวิญญาณของผู้ที่ตายไปแล้ว เคยอาศัยอยู่ในร่างนี้มาก่อน ตามหลักความเชื่อที่ว่าเมื่อวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ก็จะกลับเข้าร่างใหม่อีกครั้ง การสักจึงเหมือนความคงทนถาวรของชีวิต ความเป็นนิรันดร์ และการกลับชาติมาเกิด การสักของชนเผ่าเมารี ในประเทศนิวซีแลนด์ เชื่อว่าลายสักคือความหมายของความเป็นผู้ใหญ่ในเด็ก ชนเผ่าเหล่านี้จะต้องมีการสักมาก่อนที่จะสร้างครอบครัวต่อไปได้ เป็นการฝึกอดทนต่อความเจ็บปวด เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ในประเทศญี่ปุ่น ยังค้นพบการสักจากรูปปั้นดินเหนียวที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล เป็นชนเผ่า Ainus ที่สักแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความมีอำนาจ ด้วยการสักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สิงโต เสือ มังกร ปลา ฯลฯ การสักยังปรากฏให้เห็นอีกมากมาย แม้จะมีบางความเชื่ออย่างชาวคริสเตียนที่แสดงให้เห็นว่าลายสักเป็นสิ่งต้องห้าม ในช่วง ค.ศ.787 มีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดสำหรับชาวคริสต์ศาสนา โดยให้เหตุผลว่าการสักคือการทำให้ร่างกายมัวหมอง ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง และไม่เป็นที่พึงประสงค์ของพระเจ้า