Loading...

ไอเดียรอยสัก

ลบรอยสักด้วยเลเซอร์

พูดถึง การสัก เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นฮิตที่ทั้งวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว หรือศิลปินดารานักร้องทั้งหลายนิยมทำกัน โดยจะสักเป็นชื่อ รูปภาพ ลวดลาย ด้วยสีสันต่างๆ บางคนสักเสริมรัก เป็นสัญลักษณ์แทนกันและกัน หรือแม้แต่สักให้สาวรักสาวหลงก็มี ตำแหน่งที่สักก็มีหลายจุดทั่วเรือนร่าง อาทิ หัวไหล่ หลัง เนินอก หน้าท้อง เอว แขน ขา ข้อเท้า ฯลฯ gb-jo.com

ครั้นเวลาผ่านไปหลายคนเกิดนึกเบื่อ รอยสัก ขึ้นมา อยากลบรอยสักตามกระแสที่เคยสักมา บางทีรักเก่าจบไปแล้วก็ไม่อยากทิ้งรอยสักไว้ตำตาตำใจ บางคนก็อยากลบเพราะมีผลต่อหน้าที่การงานหรือการสมัครงาน ไม่ว่าคุณจะต้องการ ลบรอยสัก ออกไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม สามารถทำได้ ปัจจุบันมี วิธีลบรอยสัก ให้เลือกหลายวิธี เช่น การกรอผิวบางส่วนที่เป็นรอยสักออก การตัดบริเวณที่สักออก หรือ การสักทับ แต่วิธีที่นิยมได้รับการยอมรับและได้ผลดีมากสุดคือ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่มาช่วยแก้ปัญหารอยสักได้อย่างดี ผิวของคุณจะเกลี้ยงเกลา สวยงาม ให้คุณกลับมามั่นใจได้อีกครั้ง

การ ลบรอยสัก ด้วยเลเซอร์ เป็น วิธีลบรอยสัก ที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมาก ด้วยการใช้พลังงานจากแสงเลเซอร์เข้าไปทำให้เม็ดสีของหมึกที่สักลงไปที่ผิวหนังแตกตัวกระจายออกกลายเป็นโมเลกุลเล็กๆ ที่ร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้เอง ทำให้รอยสักจางลงไปได้

สำหรับเลเซอร์ที่นิยมใช้ ลบรอยสัก มีหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้มากและได้ผลดี มี 2 ชนิด คือ เลเซอร์ทับทิม (Ruby Laser) และ ND Yag Laser การเลือกประเภทของเลเซอร์นั้น จะได้ผลดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสีที่คุณใช้ในการสัก ความลึกของการสัก รวมทั้งระยะเวลาของการสักว่าสักมานานเท่าไร รวมทั้งปฏิกิริยาตอบสนองของผู้ที่สักเองด้วย

การเตรียมตัวก่อน ลบรอยสัก ด้วยเลเซอร์

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะตรวจผิวหนังบริเวณ รอยสัก เดิม ประเมินลักษณะสี เพื่อเลือกชนิดของเลเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับการลบรอยสักนั้นๆ เพราะรอยสักแต่ละสีต้องใช้เลเซอร์ต่างชนิดกันในการลบ และแพทย์จะประเมินจำนวนครั้งที่จะต้องมาทำเลเซอร์ เพราะบางทีลบครั้งเดียวอาจไม่หมด อาจต้องกลับมาทำซ้ำๆ ประมาณ 5 – 6 ครั้งกว่าจะจางหมด โดยทำห่างกันทุก 1-2 เดือน แต่บางคนยิงเลเซอร์เพียงครั้งเดียวก็จางได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณสี ชนิดของสีที่สักด้วย ถ้าเป็นสีดําสีเดียว จะลบได้ง่ายที่สุด เพราะสีดําจะดูดซึมแสงเลเซอร์ได้เกือบทุกชนิด และดูดได้มากที่สุด แต่ถ้ามีสีหลากหลาย ก็อาจต้องยิงเลเซอร์หลายครั้งกันเลยทีเดียว

ขั้นตอนการ ลบรอยสัก ด้วยเลเซอร์

ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานมาก โดยแพทย์จะแปะยาชาที่ผิวหนังบริเวณที่จะยิงเลเซอร์ให้ก่อน ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เวลาทำก็จะไม่รู้สึกเจ็บ เพียงแค่รู้สึกเหมือนกับโดนยางดีดที่ผิวหนัง เวลาที่ใช้ทำประมาณ 5 – 15 นาที ขึ้นกับขนาดหรือบริเวณพื้นที่ของรอยสัก ถ้ารูปที่สักเป็นบริเวณใหญ่หน่อย ก็อาจต้องใช้เวลามากขึ้น หลังจากทำเสร็จเรียบร้อย อาจจะมีเลือดออกซึมๆ ได้ แพทย์จะทําการป้ายยา และปิดพลาสเตอร์ใสกันน้ำให้

การดูแลหลัง ลบรอยสัก ด้วยเลเซอร์

หลังทำไม่เจ็บปวด แต่จะมีแผลจึงไม่ควรให้บริเวณที่ทำโดนน้ำอย่างน้อย 1-2 วัน หรือจนกว่าแผลจะแห้ง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดบริเวณที่ยิงเลเซอร์ และทาครีมกันแดดทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงเป็นรอยดำจากการทำเลเซอร์ ควรทาครีมที่แผลจนสะเก็ดหลุดหรือแผลหาย โดยสะเก็ดจะหลุดไปภายใน 5-7 วัน หลังจากนั้นรอยแผลก็จะหายไป จึงไม่มีแผลเป็น หลังทำมักไม่มีผลข้างเคียง แต่อาจมีได้เช่นการเกิดรอยดำซึ่งสามารถหายเป็นปกติได้ ถ้ามีอาการบวมให้ประคบด้วยความเย็น อาการบวมจะหายไปเองใน 2-3 วัน อาจมีผื่นแพ้ผิวหนังจากการลบรอยสักได้ อาการจะหายไปเอง และสีผิวอาจเข้มขึ้น พบบ่อยในคนที่มีผิวคล้ำ หรือสีผิวอาจจางลง แต่จะหายเป็นสีผิวปกติได้เองภายใน 3 – 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม การ ลบรอยสัก ด้วยเลเซอร์มักมีหลายคนสงสัย ลบแล้ว รอยสัก จะหายเกลี้ยงหรือไม่ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์จะสามารถลบรอยสักออกได้ 100% ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สีที่ใช้ในการสัก ความลึกของการสัก เป็นต้น แต่รอยสักจะจางลงเรื่อยๆ ได้มากถึง 95% หลังเลเซอร์ประมาณ 5-6 ครั้ง ซึ่งควรพบแพทย์ตามนัด ติดตามและทำอย่างต่อเนื่อง ก็จะเห็นผลดี แต่ถ้าใครอยากลบรอยสักให้หาย 100% อยากทำครั้งเดียวหายเลย ไม่ต้องมาหลายครั้ง อาจต้องใช้วิธีการตัดรอยสักออก ซึ่งเป็นวิธีการผ่าตัดโดยการตัดผิวหนังบริเวณที่มีรอยสักออกและเย็บแผลให้เข้าหากัน ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี แต่เหมาะสำหรับรอยสักที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเพราะหลังทำจะมีแผลเป็นหลังผ่าตัด จึงแนะนำวิธีนี้สำหรับคนที่มีรอยสักเล็กๆ รอยสักก็จะหายเกลี้ยงแต่จะมีแผลเป็นเล็กๆ มาแทน แต่ถ้าอยากให้รอยสักจางไปโดยไม่เป็นแผลเป็น ก็ควรลบรอยสักด้วยเลเซอร์ดีกว่า

คนที่ ลบรอยสัก ไปแล้วอาจจะนึกขยาดการสักไปเลย จริงๆ แล้วแง่ดีของการสักก็มีอยู่ อย่างในทางการแพทย์ก็ได้มีการนำการสักมาใช้ในการรักษาด้วย ที่เรียกว่า สักรักษา ทั้งเพื่อความสวยงาม เช่น สักคิ้วถาวร สักปากชมพู สักขอบตาถาวร สักหัวนมชมพู เป็นต้น หรือใช้รักษาความผิดปกติของผิวหนังบางอย่าง เช่น รักษาโรคด่างขาว เป็นต้น

สรุปว่าสักได้ก็ลบได้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะยุคนี้ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้ปัจจุบันมี วิธีลบรอยสัก ทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีการรักษาที่ทำได้ง่าย ได้ผลดี สะดวกปลอดภัย แต่ต้องเลือกทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ สถานที่ทำได้มาตรฐานความปลอดภัย ไม่อย่างนั้นนอกจาก รอยสัก ไม่หายแล้วยังอาจได้รอยใหม่ที่ไม่ปรารถนาเป็นของแถมเพิ่มมาอีก เพียงคุณลบรอยสักด้วยเลเซอร์ไม่กี่ครั้ง รอยสักบนเรือนร่างที่คุณไม่ปรารถนา ก็จะจางหายไป ไม่มีแผลเป็น ผิวจะกลับมาเรียบเนียนสวยเหมือนเดิมได้ และสร้างความมั่นใจทำให้มีความสุขสำเร็จสมหวังในการงานได้ไม่ยากค่ะ

รอยสักบนร่างกายสามารถลบได้ด้วยวิธีการใดบ้าง
การลบรอยสักทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การกรอผิวบางส่วนออก การตัดบริเวณที่สักออก การสักสีเนื้อทับ แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและนิยมมากที่สุด คือ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ หลักการใช้เลเซอร์ลบรอยสักคือ แสงเลเซอร์จะเข้าไปแตกเม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวหนังให้มีขนาดเล็กลง เมื่อเม็ดสีมีขนาดเล็กลงแล้ว ร่างกายจะมีเซลล์ที่สามารถกินเม็ดสีเหล่านี้และไปกำจัดออกทางระบบต่อมน้ำเหลืองได้ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัยโดยแสงเลเซอร์จะไม่ทำลายชั้นผิวหนัง ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดแผลเป็น
—————————————————-
ใช้เวลาการลบนานแค่ไหน รอยสักถึงจะหายไป
การลบรอยสักจะใช้เวลานานเท่าใดขึ้นอยู่กับปริมาณสี ชนิดของสีที่สัก ความลึกของการสัก และปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายผู้ป่วยเอง บางคนยิงเลเซอร์เพียงครั้งเดียวก็จางได้ เช่น คนที่สักด้วยสีดำสีเดียว จะลบได้ง่ายที่สุดเพราะสีดำจะดูดซึมแสงเลเซอร์ได้เกือบทุกชนิดและดูดได้มากที่สุด แต่บางคนอาจต้องกลับมาทำซ้ำๆ หลายครั้งจึงจะเห็นผล เช่น รอยสักที่มีสีหลากหลายก็อาจต้องยิงเลเซอร์หลายครั้ง อาจต้องกลับมาทำซ้ำประมาณ 5 – 6 ครั้งกว่าจะจางหมด โดยทำห่างกันทุก 1-2 เดือน ซึ่งจำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้ทราบ ส่วนเลเซอร์จะสามารถลบรอยสักออกได้ 100% หรือไม่ ก็ขึ้นกับปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้ารักษาให้ครบตามแผนการรักษาของแพทย์ รอยสักมักจะจางลงเรื่อยๆ ได้มากถึง 95%
—————————————————-
ถ้ารอยสักมีหลาย ๆ สี สามารถลบได้หรือไม่
สามารถมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลบรอยสักด้วยเลเซอร์ได้ โดยแพทย์จะตรวจผิวหนังบริเวณรอยสัก ประเมินลักษณะสี เพื่อเลือกชนิดของเลเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับการลบรอยสักนั้นๆ เพราะรอยสักแต่ละสีต้องใช้เลเซอร์ต่างชนิดกันในการลบ และแพทย์จะประเมินจำนวนครั้งในการรักษาให้ทราบด้วย การลบรอยสักที่มีหลายๆ สีอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะจางลงจนหมด จึงอย่าใจร้อน การลบรอยสักโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีความปลอดภัย และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือแผลเป็นตามมา
—————————————————-
อันตรายจากการลบรอยสัก มีอะไรบ้าง
การลบรอยสักจะมีอันตรายหรือไม่ขึ้นกับวิธีที่ใช้ในการลบรอยสัก ในกรณีที่ลบรอยสักโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีความปลอดภัย โดยแพทย์มักจะเลือกใช้วิธีมาตรฐานอย่างการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ซึ่งเลเซอร์ที่ใช้จะเป็นเลเซอร์สำหรับใช้ลบรอยสักโดยเฉพาะ และแพทย์จะยิงแสงเลเซอร์ในขนาดที่พอเหมาะ, จำนวนครั้งในการทำเหมาะสมที่ทำให้รอยสักจางลงได้โดยไม่เกิดผลแทรกซ้อนตามมา แต่ในกรณีที่ไปลบรอยสักโดยใช้น้ำยาลอกลายที่เป็นกรดเพื่อกัดผิวหนังบริเวณที่สักให้หลุดออกไป เป็นวิธีที่มีอันตรายและไม่แนะนำให้ทำ เพราะน้ำกรดจะมีฤทธิ์กัดกร่อนค่อนข้างแรง ถ้ารอยสักมีขนาดใหญ่หรือเป็นบริเวณกว้าง ทำไปแล้วไม่ได้รับการดูแลแผลอย่างดีมีโอกาสจะเกิดการติดเชื้อได้ และเมื่อแผลหายแล้วมีโอกาสเป็นแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้
—————————————————-
ถ้าเกิดแผลเป็นจากการลบรอยสัก ควรทำอย่างไร
ในกรณีไปลบมาแล้วเกิดเป็นแผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การฉีดยาเพื่อให้ยุบ, การใช้เลเซอร์รักษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่สามารถทำให้ผิวหนังกลับมาเรียบหรือสีเหมือนปกติดังเดิมได้ 100% ดังนั้น ท่านที่คิดจะไปลบรอยสักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น การใช้น้ำยาลอกลายที่เป็นกรด ควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนเพราะมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนอย่างแผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ ตามมา
—————————————————-
เราสามารถใช้น้ำยาลบรอยสักที่มีขายในท้องตลาดลบได้หรือไม่
ไม่แนะนำให้ทำค่ะ โดยปกติน้ำยาลอกลายไม่อนุญาตให้มีการนำมาใช้ เนื่องจากทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้มาก ซึ่งส่วนใหญ่น้ำยาลอกลายจะเป็นกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแรง กินถึงขั้นหนังแท้ คือลงไปค่อนข้างลึก ทำให้เกิดแผลเป็นถาวรได้ โดยเฉพาะการลบรอยสักในบางตำแหน่งมีโอกาสเป็นแผลเป็นได้ง่าย เช่น บริเวณหน้าอก หัวไหล่ และกลางหลัง ที่มีโอกาสเป็นแผลเป็นนูนได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น ทางที่ดีที่สุดควรมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลบรอยสักด้วยวิธีมาตรฐานอย่างการลบด้วยเลเซอร์ดีกว่าค่ะ