Loading...

ทั่วไปหน้าหลัก

ช่างสักที่คุยเก่งที่สุด

ในสมัยนี้ไม่ว่าจะเดินไปตามตรอกไหน ซอยใดในเขตกรุงเทพมหานคร เรามักจะพบกับร้านสักที่ผุดขึ้นมาจำนวนมาก แทบจะเทียบได้กับจำนวนร้านกาแฟตามหัวมุมถนนเลยก็ว่าได้ แล้วอะไร คือเหตุปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้า ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงของวงการสักในบ้านเรา โดยในที่นี้จะไม่กล่าวถึงช่างสักมือรางวัล หรือที่มีชื่อเสียงมาจำนวนหนึ่งแล้ว เพราะปัจจัยในการดึงดูดลูกค้าจะแตกต่างกันไปในประเด็นนี้ แต่จะพูดถึงกรณีลูกค้า Walk-in หรือ การหาข้อมูลร้านจากอินเตอร์เน็ตแล้วเข้าไปที่ร้าน gb-jo.com

ผลสำรวจพบว่า การสร้างความรู้สึกหรือบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขายและสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภค บรรยากาศควรเป็นไปในทิศทางแลกเปลี่ยนความคิด และสร้างมิตรภาพซึ่งกัน มันเป็นเหมือนการหาเพื่อนใหม่ เพราะลูกค้าก็ไม่อยากจะเปลี่ยนช่างสักบ่อยๆ หรอก หรือเปลี่ยนทุกครั้งที่จะสักครั้งใหม่ เพราะเขาดูฝีมือคุณมาก่อนแล้ว เหลือแค่อยากรู้ว่าคุณจะเป็นเพื่อนคู่คิดได้มากขนาดไหน เวลาจะทำงานศิลปะซักงานหนึ่ง ก็เท่านั้นเอง

นี่เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นสิ่งที่ช่างสักหลายคนมองข้ามไป เป็นเรื่องของทัศนคติที่ช่างสักควรให้ความสำคัญหากคุณอยากจะประสบความสำเร็จในสายงานนี้ เมื่อลูกค้ามีความสบายใจในการคุยกับคุณ ได้เป็นเพื่อนคุณ มีสังคมกับคุณ จะทำให้เขาเลือกคุณอย่างไม่มีข้อสงสัย ส่วนในเรื่องฝีมือนั้นเราจะไม่พูดถึงในประเด็นนี้ เพราะว่าฝีมือ หรืองานต่างๆที่ช่างสักมี ลูกค้าเขาจะพิจารณามาก่อนที่จะเข้ามาคุยกับคุณแล้ว หรือแม้การเปิดหนังสือเมนูรอยสักที่ทุกร้านมักจะมีอยู่หน้าร้าน นั่นเท่ากับว่าเขาได้ดูและพิจารณาฝีมือคุณแล้วขั้นแรก แล้วถ้าคุณทำขั้นตอนการมีปฏิสัมพันธ์ได้ไม่ดี คุณก็ไม่มีทางได้ขึ้นเวที ฝีมือของคุณก็ต้องจัดแสดงในห้องแต่งตัวไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้แต่หลอกตัวเองว่า เรายังไม่ดังคงยังไม่ค่อยมีงานเข้ามา แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าลูกค้าคนนั้นจะเป็นใคร ไม่ว่าเขาจะเปรียบเสมือนเวทีเล็ก หรือเวทีใหญ่ให้คุณโชว์ฝีมือ นั่นนับเป็นเวทีทั้งสิ้น เส้นทางที่จะไต่ไปสู่ชื่อเสียงไม่สนใจขนาดของเวที มันสนใจแค่เวที เพราะฉะนั้น ทัศนคติคือสิ่งสำคัญเช่นกันในอาชีพช่างสัก

จะพูดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น “ฝีมือเก่ง” กับ “คุยเก่ง” ต้องมาควบคู่กัน ถ้าจะให้ถอดโครงสร้างออกมานั้น อาชีพนี้ไม่ต่างอะไรเลยกับอาชีพบริการด้านอื่น อย่าเมามายไปกับความเป็นศิลปินอันเข้าถึงยาก เพราะคุณเลือกแล้วที่จะทำอาชีพบริการ คุณต้องรับจุดนี้ให้ได้ คุณต้องเข้าถึงยากในเชิงงานศิลปะ แต่คุณต้องเข้าถึงง่ายในการเรียกลูกค้า เป็นต้น

ยกตัวอย่างที่พบเห็นกันเป็นประจำ ก็คือเรื่อง “การเจรจาเรื่องราคา“ โดยจะไม่พูดถึงประเด็นเรื่องราคางานศิลปะค่าออกแบบที่ต้องใช้ฝีมือการออกแบบมากมายเป็นเวลานานๆ เรื่องนั้นเราจะหยิบยกไปพูดในครั้งต่อไป แต่อยากให้ผู้อ่านรู้ว่าเราไม่ได้มองข้าม แต่ในบทนี้เราจะพูดถึงกรณี งานเล็กๆ ที่อาจจะเพียงไม่ต้องใช้การออกแบบอะไรมากมายอาทิเช่น “ตัวเลข”

ทางเราเข้าใจราคาตลาดที่กำหนดในค่า “เปิดเข็ม” ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ และเข้าใจได้ หากแต่วิธีพูดของแต่ละคนส่งผลต่างกัน จะยกตัวอย่างเป็นบทสนทนาสั้นๆ ให้ได้เห็นกัน
ลูกค้า : ถ้าจะสักตัวเลข 3 ตัว ขนาดไม่ใหญ่มากนี่ราคาเท่าไหร่ครับ ประมาณ 3 เซนติเมตร
ช่างสัก : 700 บาทครับ
ลูกค้า : (คิดในใจ) คำนวณความคุ้มค่ากับการเดินทางมาที่นี่ หรือ ความคุ้มค่าที่จะสักเดิมแต่มีราคาแพงกว่า ในเวลา 5 วินาที โดยไม่พูดอะไร
ช่างสัก : แค่เปิดเข็มก็ 500 แล้วน้อง
ลูกค้า : เดินหายไปอย่างเงียบๆ

เห็นคำพูดที่ส่งผลต่อจิตใจกันบ้างไหมครับ “แค่” “ก็” “แล้ว” ในประเด็นนี้อยากชี้ให้เห็นว่า คุณกำลังดูถูกลูกค้าอยู่ คุณกำลังให้ความหมายว่าลูกค้าไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับงานสัก คุณไม่มีทางรู้ว่าเขาผ่านรอยสักมาแล้วกี่แบบ หรือช่างสักประจำของเขามีชื่อเสียงในประเทศมากขนาดไหน จนไม่ต้องเสียเวลามาคุยกับช่างฝึกหัดอย่างคุณด้วยซ้ำ หรือ เขาอาจจะเพิ่งมาเดินตลาดนัดนี้เป็นครั้งแรก แล้วอยากได้รอยสักราคาถูกบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้ อย่างที่บอกไปในช่วงแรกว่าทัศนคติการบริการเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

ถ้าเปลี่ยนคำพูดนิดหน่อย ในแนวทาง “ให้ข้อมูล” มากกว่าการ “สอน” บางทีคุณอาจจะได้ลูกค้าคนนั้นก็ได้ เช่น ค่าเปิดเข็มปกติจะคิดราคาอยู่ที่ 500 บาท แล้วในส่วนของงานตัวเลขคิดเพิ่มแค่ 200 บาทพอครับ รวมกันเป็น 700 ร้อย
เป็นไงครับ ยาวกว่าเดิมเยอะไหมครับ? เปลืองน้ำลายไหมครับ? แล้วได้ลูกค้ากับความรู้สึกดีๆ เอาไหมครับ ?

เหตุการณ์นี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ราคา 500 หรือ 700 เพราะมันคือราคาที่ตลาดกำหนดไว้ต่างกันไปตามระดับของร้าน ถ้าราคาตลาดของร้านใดการเปิดเข็มอยู่ที่ 2 หมื่น นั่นก็คือ 2 หมื่น ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้เลย จึงอยากทิ้งท้ายซักนิดว่า เรามีจุดประสงค์เดียวกันคือการทำให้รอยสักเป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างแพร่หลาย แต่หากคุณเข้าใจในเรื่องประเด็นการบริการเล็กๆน้อยๆนี้ไม่ได้ ในอนาคตอันใกล้นี้เอง หมึกสักที่ใช้เติมในเข็มของคุณ จะต้องเปลี่ยน ไปเติมในเครื่องปริ้นแทน เพราะคุณต้องใช้มันในการปริ้นแจกใบปลิวโปรโมทร้านคุณอีกเยอะเลย