‘ค้างคาวไฟ’ เทงบ 70 ล้านบาท สู้ไทยลีกปี 2017

วันที่ 15 ม.ค.60 สืบเนื่องจากวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ที่สนามทะเลหลวง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสร “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เป็นประธานงานเปิดตัวสโมสรในการสู้ศึกฤดูกาลใหม่ 2017 พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดตัว 11 นักเตะใหม่ ประกอบไปด้วย ก้องนธีชัย บุญมา, วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ, อันทอน เซมลิเอนุกกิน, ณัฐวุฒิ คำรินทร์, ชมพู แสงโพธิ์, สุชิน เย็นอารมณ์, อาทิตย์ วิเศษศิลป์, พิชิตย์ ใจบุญ, อัดมิร อโดรวิช, วีรศักดิ์ กายสิทธิ์, เชษฐา กกแก้ว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ต้องยอมรับสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมมือใหม่ และเป็นทีมที่มีงบประมาณไม่มากเหมือนทีมอื่น แต่ในฤดูกาล 2016 สโมสรทำผลงานได้ดีด้วยการได้แชมป์ช้าง เอฟเอคัพ จนได้สิทธิ์ไปเล่นในเวทีระดับเอเชีย ในรายการเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก นอกจากนี้ ยังสามารถจบอันดับ 7 ในไทยลีกที่เพิ่งขึ้นชั้นมาเพียงปีแรกอีกด้วย”

“ดังนั้น ในฤดูกาลนี้ขอยืนยันว่า แม้งบประมาณที่มีเพียง 70 ล้านบาท ซึ่งไม่มากเท่าทีมอื่น ตนในฐานะผู้บริหาร นักเตะ และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จะทำงานหนักอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด เพื่อตอบแทนผู้สนับสนุนและแฟนบอล แต่เวลานี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอันดับได้ดีแค่ไหน แต่หวังสร้างเซอร์ไพรส์ให้ยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้ว ส่วนในฟุตบอลถ้วยเอเชีย ที่เราได้เข้ามาเล่นครั้งแรก ก็จะพยายามเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบให้ลึกที่สุด”

นายสมศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า “ในปีนี้ทางสโมสรจะเดินหน้าพัฒนาสนามด้วยการเพิ่มที่นั่งในอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกให้มีความจุรวมสนามทะเลหลวง 12,000 ที่นั่ง และทำห้องวีไอพีเพิ่มเติมเพื่อรองรับแฟนบอลที่มีมากขึ้น ขณะเดียวกันทางสโมสรจะเร่งสร้างคลับเฮ้าส์ที่สวยงาม เพื่อเป็นที่พบปะสังสรรค์ พูดคุย รวมถึงวิจารณ์เกมของแฟนบอล โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี พร้อมด้วยนายเขตพงศ์ กุล-นาถศิริ ผู้จัดการทีม, นายสมชาย มากมูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนและนักเตะของทีม อาทิ “กัปตันเจ๋ง” ยุทธพงศ์ ศรีละคร, คาตาโนะ ฮิโรมิชิ, จอนห์ บาจโจ้, ดิยุฟ บีรัม ได้ร่วมกันทำพิธีแก้บนใน 9 วัด พร้อมแห่ถ้วยช้าง เอฟเอคัพ ด้วยขบวนรถ 99 คัน ไปยังพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้แฟนบอลได้ร่วมชื่นชมความสำเร็จของสโมสร

มงคลทั้งยิงทั้งจ่าย! กิเลนชุดใหญ่อุ่นถล่มโฮม 3-0


เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 1 ปีล่าสุด ลงสนามอุ่นเครื่องเปิดบ้านพบกับ โฮม ยูไนเต็ด ทีมในศึกเอสลีก สิงคโปร์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนพบกับ สุโขทัย เอฟซี ในศึกแชร์ริตี้ ชิลด์ เมืองไทย วันที่ 22 มกราคม

ขณะที่เกมนี้ ธชตวัน ศรีปาน กุนซือกิเลนผยอง จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามนำโดย ธีรศิลป์ แดงดา , ธีราทร บุญมาทัน , สารัช อยู่เย็น , เคลตัน ซิลวา และ มงคล ทศไกร ส่วนทีมเยือนมี ฮัสซัน ซันนี อดีตจอมหนึบ อาร์มี่ ยูไนเต็ด นำทัพ

ผลปรากฏว่า กิเลนผยอง อาศัยความแข็งแกร่งกว่าเอาชนะไป 3-0 โดย มงคล ทศไกร โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นหลังยิง 1 จ่าย 1 ส่วนอีกสองลูกมาจาก ธีรศิลป์ แดงดา และ เคลตัน ซิลวา

11 ผู้เล่นตัวจริงเมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) , ทริสตอง โด , มาริโอ อบรานเต้ , สุพรรณ ทองสงค์ , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา – สารัช อยู่เย็น , รัชพล นาวันโน , ธีราทร บุญมาทัน – มงคล ทศไกร ,ธีรศิลป์ แดงดา ,เคลตัน ซิลวา

4 โรคพบบ่อย จากพฤติกรรมคนวัยทำงาน

ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการเริ่มต้นศักราชใหม่ ที่หลายคนยังคงอิ่มเอมกับบรรยากาศการฉลองปีใหม่กับครอบครัว และอย่างที่ทราบกันดีกว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หนุ่มสาวมนุษย์เงินเดือนก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตนเองเช่นเคย แต่ทราบหรือไม่ว่าพฤติกรรมที่ทำจนเคยชินก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนวัยทำงานแบบไม่รู้ตัว
พฤติกรรมเคยชินที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
ภาวะซึมเศร้า เบื่อ เก็บตัว รู้สึกไร้ค่า
อารมณ์เบื่อ เซ็ง เหงา เศร้าเป็นกันได้ทั่วไปก็จริง แต่หากถึงขั้นกระทบต่อการดำเนินชีวิต และมีความรู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ นั่นอาจเป็นภาวะซึมเศร้าที่ถือว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยซึมเศร้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและก่อให้เกิดความสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นภาวะที่พบมากในวัยทำงาน นอกจากนั้นการเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่เสมอ มีโรคประจำตัว หรือการกินยาบางชนิดก็อาจก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้
คุณเข้าข่ายภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า
-มีอารมณ์เศร้าอยู่เกือบตลอดทั้งวัน
-ความสนใจหรือความเพลิดเพลินในกิจกรรมต่างๆ ลดลง
-เบื่ออาหารจนน้ำหนักลดลง หรืบางรายอาจมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
-นอนไม่หลับ หรือหลับมากแทบทุกวัน นอนดึกตื่นเช้า ไม่สดชื่น
-ทำอะไรช้า พูดช้า เคลื่อนไหวช้า หงุดหงิด กระสับกระส่าย
-อ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง
-รู้สึกตนเองไร้ค่าหรือรู้สึกผิดมากเกินควร
-ขาดสมาธิ
-คิดอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คิดเรื่องการตายอยู่เรื่อยๆ
-ถ้ามีอาการข้างต้นอย่างน้อย 5 อาการ นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอารมณ์เศร้าหรือเบื่อหน่าย ควรพบแพทย์หรือรับคำปรึกษา
ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
วินเวียนศีรษะ มึนงงบ่อยๆ เป็นลักษณะอาการอย่างหนึ่งของภาวะความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะเป็นสาเหตุของโรคร้ายอีกหลายโรค เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น
ต้นตอของความดันและไขมันคือพฤติกรรมการกิน
ความดันโลหิตสูง เกิดจาก กินโซเดียมหรือรสเค็มจัด, อาหารสำเร็จรูปหรือแปรรูป, น้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เบเกอรี่และขนมหวาน สามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงอาหารข้างต้นที่กล่าวมา ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (ควรเช็คระดับความดันก่อนอกกำลังกายไม่ควรมากกว่า 200/115 mmHg)
ไขมันในเลือดสูง เกิดจาก การกินเนื้อส่วนไขมันและเครื่องในสัตว์, อาหารทะเล, อาหารทอดน้ำมัน และขนมหวาน สามารถป้องกันได้โดยกินอาหารที่มีกากใยสูง พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่างน้อย 30 นาที
ประสาทหูเสื่อม
การสัมผัสเสียงดังเปรียบเสมือนอันตรายใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่มองข้าม และไม่รู้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่ตามมา เช่น การเปิดลำโพงทีวีเสียงดัง หรือใส่หูฟังฟังเพลงเสียงดังตลอดทั้งวัน เป็นต้น
ระดับเสียงดังมากๆ ยังเป็นสาเหตุของโรคที่คาดไม่ถึง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเครียด นอนไม่หลับ และโรคกระเพาะเป็นต้น
จอประสาทตาเสื่อม
สายตาสั้นกับจอประสาทตาเสื่อมมีความใกล้เคียงกันมาก ซึ่งอาการของจอประสาทตาเสื่อมคือ จะรู้สึกว่าดวงตามองไม่ชัดเหมือนเดิมและจะเริ่มเป็นไปอย่างช้าๆ มีอาการตามัว มีความลำบากในการใช้สายตาอ่านหนังสือหรือทำงานที่มีความละเอียดและต้องใช้แสงมากๆ
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับจอคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลาสามารถป้องกันได้โดย
1.สวมแว่นถนอมสายตา 2.ปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดี 3. ใช้ขนาดตัวอักษรให้ใหญ่เพียงพอและปรับความเข้มของตัวอักษรให้เหมาะสม 4.วางจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไปกว่าระดับสายตา
การมีสุขภาพที่ดีไม่ว่าจะเป็นด้านกาย ใจ สังคม ปัญญา เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีในทุกด้าน แต่สิ่งที่สำคัญคือ เริ่มจากตัวเราเองที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ

รับมือกับตะขาบ : ป้องกันภัยร้ายในฤดูฝน

ตะขาบเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในชั้น Chilopoda อาจมีขา 15 – 177 คู่ แล้วแต่สายพันธุ์ ลำตัวแบน อาจมีสีแดง น้ำตาล หรือดำ ตามสายพันธุ์ ที่ส่วนหัวมีหนวดยาวและเขี้ยวที่ปากซึ่งมีต่อมพิษที่ใช้พิษนี้ล่าเหยื่อ เช่น แมลง แมงมุม หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก โดยทั่วไปตะขาบอาศัยในที่มืดและอับชื้น และออกหากินในเวลากลางคืน

ปกติแล้วตะขาบจะไม่รุกรานสัตว์ที่ขนาดใหญ่กว่าตัวมันมาก ๆ อย่างเช่นมนุษย์ก่อน แม้ว่าจะหนีน้ำเข้ามาอาศัยในเขตที่อยู่ของมนุษย์ก็ตาม แต่เนื่องจากออกหากินในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่สายตาของมนุษย์และสัตว์จำนวนมากมองไม่เห็น จึงอาจเหยียบมันได้ หรือบางครั้งก็ซ่อนในที่มืดและอับชื้นเช่นในรองเท้า ซึ่งคนอาจใส่รองเท้าที่มีตะขาบอยู่โดยไม่รู้ตัว ทำให้ตะขาบกัดและปล่อยพิษเพื่อป้องกันตนเอง

พิษของตะขาบประกอบด้วย hydroxytryptamine หรือ cytolysin ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด หรือบวมแดงจากการอักเสบในบริเวณที่ถูกกัด อาจทำให้บริเวณที่ถูกกัดขาดเลือด และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณถูกกัดตายได้ หากไม่ได้รับการถอนพิษทันท่วงที และในผู้แพ้ อาจเกิดอาการไข้ขึ้น ต่อมน้ำเหลืองบวม ความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

1. ล้างแผลด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์
2. ใช้น้ำแข็งประคบที่ปากแผลเป็นเวลาประมาณสิบนาทีเพื่อบรรเทาการปวด
3. กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่หลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์กดประสาทรุนแรง
4. หากอาการปวดมาก หรือมีอาการไข้ขึ้น ต่อมน้ำเหลือบวม หรืออื่น ๆ ควรรีบนำไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม วิธีการรับมือกับพิษตะขาบที่ดีที่สุด คือป้องกันไม่ให้ตนเองถูกตะขาบกัดโดยการชิงป้องกันไม่ให้มันเข้ามายังที่อยู่อาศัย หรือขับไล่มันไปก่อน ได้แก่

1. อุดรูรั่วของช่องว่างตามผนังอาคาร เพื่อไม่ให้ตะขาบเข้ามาในอาคารได้
2. พยายามไม่ให้บ้านมีมุมมืดและอับชื้น อันเป็นที่ซึ่งตะขาบชอบอยู่
3. โรยปูนขาวในจุดที่คาดว่ามีตะขาบอยู่ ปูนขาวจะดูดความชื้น ทำให้ตะขาบไม่ชอบ หรืออาจใช้ยาฆ่าแมลงชนิดต่าง ๆ พ่นไปยังจุดที่คาดว่าจะมีตะขาบอยู่
4. หลีกเลี่ยงการฆ่าตะขาบด้วยการเหยียบ เนื่องจากตะขาบที่ถูกเหยียบจะปล่อยฟีโรโมน ซึ่งดึงดูดตะขาบตัวอื่นให้มายังบริเวณที่มันตาย

ตำรวจ จับเว็บไซต์รับแทงบอลออนไลน์-ตะลึงยอดเงินบัญชีหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท !


เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่กองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร.รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รองผบช.น. พ.ต.อ.ภานุรัตน์ หลักบุญ รองผบก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.งานสายตรวจ กองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และพ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.สส.บก.น.8 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายการเล่นพนันบอลออนไลน์ ซึ่งมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชี กว่าพันล้านบาท

โดยสามารถจับกุม นายธนวัต ยุนิลา อายุ 21 ปี นายสิทธิพันธ์ บัวปลั่ง อายุ 20 ปี นายเมสซี่ อายุ 27 ปี สัญชาติพม่า นายอนุรักษ์ ชัยสุขสัย อายุ 39 ปี นายลิม ชุน เฮง อายุ 33 ปี สัญชาติสิงคโปร์ นายวชิระ ชูจิต อายุ 31 ปี น.ส.รัศมี ไกรยุทธศักดิ์ อายุ 27 ปี และ น.ส.ประภารัต ศุภศิลป์ อายุ 40 ปี พร้อมของกลางบัตรกดเงินสดของธนาคารต่างๆ จำนวน 16 ใบ สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 150 เล่ม สมุดบันทึกการเบิกถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 2 เล่ม มียอดการเบิกถอนเงินสดประมาณ 729 ล้านบาท เงินสด 831,000 บาท สลิปการเบิกถอนเงินสด ประมาณ 1,000 รายการ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 9 ชุด เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ยังไม่ได้ใช้ 1,000 ซิม โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง ไอแพด จำนวน 1 เครื่อง โพยการเล่นพร้อมบัญชีรายชื่อผู้เล่นประมาณ 90,000 ราย โพยอิเล็กทรอนิกส์ รวมเครดิตดอลลาร์สิงคโปร์ จำนวน 41,000 ดอลลาร์ เครดิตเงินไทย จำนวน 1,090,000 บาท อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 50 นัด

พ.ต.อ.ภานุรัตน์กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเว็บไชต์ไปกว่า 400 เว็บ แต่ยังพบว่ามีอีก 43 เว็บไซต์ใช้เทคนิควิธีการทางเทคโนโลยี จนสามารถเปิดให้มีการพนันฟุตบอลออนไลน์ได้ โดยในวันนี้จึงได้ร่วมกันตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ จำนวน 10 จุด ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ดังกล่าว อีกทั้งยังให้ทางปปง.เข้าตรวจสอบอีกกว่า 90,000 รายชื่อ ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเล่นพนันฟุตบอล ซึ่งหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริงจะออกหมายจับทันที

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

โถชีวิต! ซาซ่าตกเครื่องพลาดไฟลท์ไปตรวจร่ายกายบาเลนเซีย

ชีวิตในลอนดอนของกองหน้าทีมชาติอิตาลีไม่ราบรื่นจนนาทีสุดท้ายเมื่อเจ้าตัวพลาดไฟลท์ไปตรวจร่างกาย, เซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่
ซิโมเน ซาซา กองหน้าทีมชาติอิตาลีของเวสต์แฮม ไม่ได้เดินทางไปบาเลนเซียตามกำหนด เนื่องจากพลาดไฟลท์เดินทางจากลอนดอน

ซาซาย้ายจากยูเวนตุสมาอยู่กับเวสต์แฮมด้วยสัญญายืมตัว และไม่ประสบความสำเร็จนักในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลงสนามไป 8 นัด ยิงประตูไม่ได้เลย และกำลังจะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของบาเลนเซีย ทีมตกอับแห่งลา ลีกา สเปน

ก่อนหน้านี้ อันโตนิโอ ซาซา บิดาและเอเยนต์ของซาซาเผยกับผู้สื่อข่าวว่าลูกชายจะเดินทางไปตรวจร่างกายที่บาเลนเซียในสุดสัปดาห์นี้ ล่าสุดแหล่งข่าวในสโมสรสเปนยืนยันว่าเจ้าตัวจะมาที่เมสตายาในวันอาทิตย์ และเข้าชมเกมระหว่างบาเลนเซีย – เอสปันญอล ด้วย แต่ปรากฎว่าซาซาพลาดไฟลท์โดยคาดว่าจะมีปัญหาบางอย่างที่สนามบิน จึงยังไม่แน่นอนว่าจะไปทันตามกำหนดการณ์เดิมหรือไม่

คาดกันว่ายูเวนตุสจะขายขาดซาซาให้กับบาเลนเซียไปเลยในดีลนี้ โดยมีเงื่อนไขรับเงินเพิ่มหากบาเลนเซียหนีตกชั้นสำเร็จ

‘ปีเตอร์อองเซล’ ผงาดคว้าแชมป์แรลลี่ ‘ดาการ์’


การแข่งขันแรลลี่หฤโหด ดาการ์ 2017 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในสเตจที่ 12 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้าย เส้นทางจากเมืองรีโอ คูอาร์โต ไปยังกรุงบูเอโนส ไอเรส ในประเทศอาร์เจนตินา ระยะทาง 64 กิโลเมตร ประเภทรถยนต์ แชมป์สเตจนี้เป็นของ เซบาสเตียน โลบ นักขับฝรั่งเศสจากทีมเปอโยต์ ทำเวลา 28 นาที 55 วินาที อันดับ 2 เป็น สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล นักขับเพื่อนร่วมชาติจากทีมเดียวกัน ทำเวลาตามหลัง 0.19 วินาที และ กีนีล เดอ วิลลิเยร์ส นักขับชาวแอฟริกาใต้จากทีมโตโยต้า เข้ามาเป็นอันดับ 3 ทำเวลาตามหลังแชมป์ 0.30 วินาที
หลังจากแข่งขันครบทุกสเตจแล้ว ผลปรากฏว่าแชมป์ในประเภทรถยนต์ปีนี้ ตกเป็นของ สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล ด้วยเวลารวม 28 ชั่วโมง 49 นาที 30 วินาที ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์ประเภทรถยนต์เป็นสมัยที่ 7 หลังจากก่อนหน้านี้เคยได้แชมป์ประเภทรถจักรยานยนต์มาแล้ว 6 สมัย ส่วนอันดับ 2 เป็นของ โลบ เวลาตามหลัง 5 นาที 13 วินาที และอันดับ 3 เป็นของ ซีริล เดส์เปรส์ อีกหนึ่งนักซิ่งชาวฝรั่งเศสจากทีมเปอโยต์ เวลารวมตามหลังแชมป์ 33 นาที 28 วินาที

ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์ แชมป์สเตจนี้เป็น อาเดรียน วอง เบเวอแรน นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีมยามาฮ่า ทำเวลา 30 นาที 29 วินาที ขณะที่แชมป์ปีนี้ตกเป็นของ แซม ซันเดอร์แลนด์ นักซิ่งจากสหราชอาณาจักรของทีม เคทีเอ็ม ซึ่งทำเวลารวม 32 ชั่วโมง 6 นาที 22 วินาที ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นนักแข่งเลือดผู้ดีคนแรกที่คว้าแชมป์แรลลี่รายการใหญ่ที่สุดของโลกรายการนี้ได้สำเร็จ

เนรมิตความงามด้วย ว่านหางจระเข้

แต่สำหรับคุณสาวๆ ที่รักสวยรักงามทั้งหลายแล้ว เจ้าว่านหางจระเข้นี่แหละคือเพื่อนซี้ข้างกายที่ขาดกันไม่ได้เชียวละ อยากรู้ว่าว่านหางจระเข้ช่วยเนรมิตความงามได้อย่างไร ลองฟังทางนี้ค่ะ

ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยให้กระบวนการเมแทบอลิซึมทำงานได้เป็นปกติ มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการติดเชื้อและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด จึงช่วยให้ผิวพรรณกลับมาผุดผ่อง สดใส มีน้ำมีนวล นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิก โอลิเวอร์ กรันด์แมนน์ (Oliver Grundmann) แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังพบว่า ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยสมานแผล จึงสามารถยับยั้งการเกิดรอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งแต่ช่วยบำรุงผิวพรรณเท่านั้น ว่านหางจระเข้ยังสามารถช่วยบำรุงหนังศีรษะ ทำให้รากผมเย็น เป็นการช่วยบำรุงต่อมรากผมให้มีสุขภาพดีและขจัดรังแคได้อีกด้วย

ครบสูตรความสวยขนาดนี้ คงต้องเตรียมหาว่านหางจระเข้มาปลูกไว้คู่บ้านกันบ้างแล้วละ

ประโยชน์ล้นเหลือขนาดนี้ ก็ได้เวลามองหาเครื่องสำอางจากว่านหางจระเข้มาประทินโฉมกันบ้างแล้วละค่ะ ครีม/เจลบำรุงผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่อิดโรยอ่อนล้า ให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

 ครีมกันแดดและครีมบำรุงหลังออกแดด ปกป้องผิวจากการเผาไหม้ของแสงแดด ช่วยลดการระคายเคืองและการอักเสไหม้แดงจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน

 มาสก์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเก็บกักน้ำหล่อเลี้ยงในผิว พร้อมลดริ้วรอยและความระคายเคือง ทำให้ผิวหน้าเนียนใส สดชื่น

 แชมพูและครีมนวดผม ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ ขจัดรังแค พร้อมทั้งปรับสภาพเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวยมีน้ำหนัก (เหมาะสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสียเป็นพิเศษ)

เคล็ดลับการดูแลผิวช่วงหน้าฝน

 

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการดูแลผิวในช่วงหน้าฝน ถึงแม้ฝนจะตกได้ทุกวี่ทุกวันแทบมองไม่เห็นแสงแดด แต่รังสียูวีก็ไม่ได้หายไปไหน อย่าลืมว่านอกจากรังสียูวีจะแผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์แล้ว ตัวการทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำยังมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สาวๆ อย่างเรานั่งทำงานกันอยู่ทุกวันอีกด้วย อย่ามองข้ามว่าเป็นเพียงหน้าฝนแล้วผิวจะไม่โดนทำร้าย ปกป้องและดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน เพื่อการมีสุขภาพผิวที่ดี แถมหนุ่มข้างกายก็ไม่หนีไปไหน กับเคล็ดลับง่ายๆ ที่นำมาฝาก

• ครีมกันแดดสำคัญเสมอ ควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB

• เลือกครีมกันแดดชนิดที่เนื้อบางเบา อย่างสูตรกันน้ำ หากต้องลุยฝนก็ยังมั่นใจได้ว่า ผิวได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่อง

• เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว ไม่ทิ้งสารเคมีหรือสิ่งตกค้างบนใบหน้า

• เปลี่ยนมาใช้รองพื้นชนิดทิ้นท์ (Tinted Foundation) เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ

• เช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดหมดจดทุกวัน เพราะอากาศร้อนชื้น ความสกปรกและเครื่องสำอางมักอุดตันรูขุมขนได้ง่าย

• บำรุงผิวก่อนนอนด้วยครีมที่เหมาะกับสภาพผิว

• สครับผิวเพื่อขจัดสิ่งอุดตัน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

• ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

• ทานวิตามินหรืออาหารเสริมเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัด หากไม่สบาย ผิวก็ดูโทรมได้ง่ายๆ เหมือนกัน

• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ (ข้อนี้สาวๆ คงรู้กันอยู่แล้ว แต่ต้องเน้นปฏิบัติได้จริงด้วยนะคะ)